Saturday, October 31, 2015
Eddie Jones: To win, change the mindset!
Japan's last-minute victory against South Africa was called the biggest World Cup upset ever. It had been 24 years since Japan won a match.
What did he change?
"I changed the mindset of the players. When I first got to Japan I tried to work out why Japan could not win and that was a mindset problem with the players and the coaches. Even before they went onto the field they had this perception: We are small, we are not powerful enough, we cannot beat those teams. I had to change that by repeating in different ways what is our competitive edge. We have speed, we have fitness, potential skills and ability to work hard."
"And when I was able to put those facts into drive and trained them by repeating the message that became a part of the mindset. Then they saw the result and the mindset became much more powerful. It was about the intensity of the practice, making them believe that their way of practice was better than any other team in the world, which it was..."
(From Japan News, Nov 1, 2015.)
Friday, October 30, 2015
"Mein Kampf": หนังสือเล่มนี้ท่านได้แต่ใดมา?
เป็นหนังสือต้องห้ามในรัฐบาวาเรียจนถึงวันนี้
เป็นเอกสารประวัติศาสตร์ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันในแวดวงสังคมเยอรมันถึงทุกวันนี้ว่าควรจะอนุญาตให้ตีพิมพ์เผยแพร่ต่อสาธารณะหรือไม่อย่างไร
วันที่ 1 มกราคมที่จะถึงนี้ ลิขสิทธิ์สำหรับการต้องขออนุญาตเพื่อตีพิมพ์หนังสือหนา 800 หน้านี้จะสิ้นสุดลง ทำให้เกิดคำถามว่าควรจะทำอย่างไรกับหนังสือกึ่งอัตชีวประวัติและกึ่งแนวคิดนาซีของฮิทเลอร์เล่มนี้?
บางคนเสนอให้พิมพ์ขายอย่างเสรีเพื่อจะได้สลายความลี้ลับเก่า ๆ ของเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เสียที เพราะอ่านให้ละเอียดก็จะตีแผ่ความเลวร้าย เรื่องโกหกมดเท็จ และเรื่องเสกสรรค์ปั้นแต่งของจอมเผด็จการคนนี้ได้อย่างดี
แต่อีกบางคน รวมถึงกลุ่มคนยิวจำนวนไม่น้อยยืนยันว่ายังจะต้องห้ามจำหน่ายจ่ายแจกหนังสือเล่มนี้ต่อไปเพราะจะเป็นการสืบทอดแนวคิดแห่งความบ้าคลั่ง ต่อต้านยิวอย่างโหดร้ายทารุณ
นักวิชาการเยอรมันจำนวนหนึ่งเสนอว่าควรตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ แต่ควรจะต้องมีคำชี้แจงเคียงคู่กันไปเพื่อเสนอความจริงที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ฮิทเล่อร์กล่าวอ้างอย่างไร้เหตุผล
ตำนานความเหี้ยมโหดของฮิทเล่อร์ยังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมเยอรมันและชาวโลก เพราะร่องรอยของสงครามโลกยังมีให้เห็นในหลาย ๆ ด้านของสังคมโลกวันนี้
ความจริง ก่อนปี 1945 มีการตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้แล้วไม่น้อยกว่า 12.4 ล้านเล่มในเยอรมันแล้ว
และทุกวันนี้ การขายและจำหน่ายจ่ายแจกหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ถือว่าผิดกฎหมายในเยอรมันแต่ประการใด
แต่ที่รัฐบาวาเรียยังมีกฎหมายห้ามการพิมพ์ซ้ำเพราะมีกฎหมายบางฉบับที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่รัฐนี้บริหารลิขสิทธิ์ของหนังสือเล่มนี้และป้องกันไม่ให้มีการเผยแพร่อุดมการณ์ของนาซี
คุณคิดว่าควรมีการแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำอธิบายความจริงที่เกิดขึ้นที่ย้อนแย้งกับแนวคิดและวิถีปฏิบัติของฮิทเล่อร์หรือไม่...ในโอกาสครบรอบ 70 ปีของการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สอในปีนี้?
Thursday, October 29, 2015
Friday, October 2, 2015
Comments คนอ่านก็คือ Content ของสื่อ
คนทำสื่อมองความเห็นของคนอ่านและผู้ชมผู้ฟังที่ผ่านเข้ามาทาง social media อย่างไร?
ถ้าถาม Bassey Etim ที่มีตำแหน่งเป็น "community editor" ของ New York Times ก็จะได้คำตอบที่น่าสนใจว่าต่อแต่นี้ไปคนทำสื่อในยุคดิจิตัลจะต้องถือว่า readers' comments มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเนื้อหาที่ผลิตโดยกองบรรณาธิการของสื่อเอง
ทั้งนี้เพราะคนที่แสดงความเห็นทุกวันนี้มีความหลากหลายและมีความรู้กับประสบการณ์ไม่น้อยไปกว่าคนทำสื่อเองโดยเฉพาะในภาวะที่สื่อส่วนใหญ่จำเป็นต้องลดจำนวนคนข่าวและคนสร้างเนื้อหาต่าง ๆ อันเกิดจากแรงกดดันของเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างรายได้
การบริหาร comments จากข้างนอกสู่ห้องข่าวจึงมีความสำคัญ เพราะปัญหาที่คนทำสื่อเผชิญก็คือความเห็นที่ไหลเทเข้ามาจะต้องได้รับการกลั่นกรองและตรวจสอบ ตำแหน่ง community editor หรือ engagement editor จึงมีความสำคัญในการทำหน้าที่สื่อสารและสร้างปฏิสัมพันธ์กับ commentators ที่มาจากทุกสารทิศด้วยภูมิหลังและวาระส่วนตัวที่ต่างกัน
นี่คืออีกหนึ่งความท้าทายสำหรับคนทำสื่อที่ยังตกอยู่ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงอันหนักหน่วง และยังไม่มีใครมีสูตรแห่งความสำเร็จที่พอจะเป็นแนวทางสำรับทุกสื่อได้
Subscribe to:
Posts (Atom)











