Tuesday, April 21, 2015

ขอโทษ, ผมไม่ขอโทษ

Japan Times เช้านี้บอกว่านายกฯชินโซะ อาเบะบอกใบ้ว่าจะไม่มีการออกคำแถลงการณ์​"ขอโทษ" ครั้งใหม่เพื่อแสดงความเสียใจที่ทหารญี่ปุ่นเคยทำทารุณกรรมกับเพื่อนบ้านในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ประเด็นนี้มีความสำคัญเพราะปีนี้ครบรอบ 70 ปีของการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง และเพื่อนบ้านอย่างจีนและเกาหลีใต้ก็ยังยืนยันว่าญี่ปุ่นยังไม่ได้ขอโทษอย่างเป็นทางการ

หรือคำขอโทษที่ผ่านมายังไม่ได้แสดงความจริงใจจากผู้นำแต่อย่างไร

ภาพขวามือถ่ายจากศาลเจ้ายาซูกูนิที่โตเกียว มีป้ายติดต้นไม้ masakaki พร้อมข้อความอ่านได้ว่าส่งมาจาก "นายกกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ" 

แม้จะยืนยันว่าเป็นการส่วต้นไม้ไปเพื่อสักการะดวงวิญญาณของ "ผู้เสียสละชีพเพื่อชาติ" ในอดีต (ซึ่งรวามถึงอาชญกรสงครามด้วย) แต่ก็หนีไม่พ้นที่จะถูกมองว่าผู้นำญี่ปุ่นคนปัจจุบันยังไม่จริงใจและจริงจังกับการกล่าวขอขมากับดวงิวญญาณของผู้ที่เป็นเหยื่อความโหดร้ายของญี่ปุ่นในช่วงสงครามไม่ว่าจะเป็นจีนหรือเกาหลีหรือประเทศในเอเซียอื่น ๆ

อาเบะไปออก BS-Fuji TV เมื่อวันจันทร์ เมื่อถูกถามประเด็นเรื่องจะขอโทษอีกไหม และจะใช้คำว่า "รุกราน" หรือ "การปกครองแบบอาณานิคม" หรือไม่ เขาตอบว่า

"ผมยังยึดมั่นในวิธีคิดพื้นฐานแบบเดิมเรื่องการขอโทษเกี่ยวกับเรื่องสงครามในอดีต ซึ่งแปลว่าไม่มีความจำเป็นต้องพูดซ้ำอีก"

อาเบะพูดอ้อมค้อม หลบเลียงที่จะตอบคำถามเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา

เขาพูดอีกหนึ่งประเทศว่า

"มันเป็นความคิดส่วนตัวของผมในฐานะนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับอดีตของญี่ปุ่น หรือความเสียใจต่อสงคราม และเส้นทางสันติภาพของประเทศเราบนพื้นฐานของความเสียใจต่อสงครามนั้น...เมื่อผมบอกว่าจะเดินหน้าต่อไป ก็ไม่ต้องเขียนถึงมันอีก..."

ฝ่ายค้านพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) ออกมาวิจารณ์นายกฯอาเบะ เรียกร้องให้เขาย้ำคำขอโทษอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เป็นคำแถลงการณ์ที่ "เน้นการมองไปในอนาคต"

สรุปได้ว่านายกฯอาเบะยังจะยึดจุดยืนทำนองว่า "ขอโืทษ, ผมไม่อาจพูดขอโทษได้อีก.."

ก็แปลว่าการฟื้นสัมพันธ์กับจีนและเกาหลีใต้ก็ยังเป็นเรื่องยากเย็นและห่างไกลความสำเร็จอีกต่อไป

No comments:

Post a Comment